โรงพยาบาลสระบุรี

The capture of inspiration

ช่วงเวลาที่นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 เลือก elective

ต้องการทราบความเป็นชุนชนในด้านต่าง ๆ จากมุมมองของนักศึกษา

เพื่อให้นักเรียนได้มีมุมมองใหม่ๆ และได้นำเสนอมุมมองของตัวเองต่อชุมชนที่นักศึกาาได้สัมผัส

หลังจากที่นักศึกษากลับมาจากการอยู่ชุมชน แล้ว ให้นักศึกษาถ่ายรูปใดก็ได้ พร้อมกับคำบรรยายใต้ภาพ เพื่ออธิบายรูปถ่ายนั้นอย่างสมบูรณ์

จัดนิทรรศการแสดงผลงานสู่ สาธารณชน "Hall of inspiration"


ได้เข้าไปสังเกตกิจกรรมต่าง ๆ หรือเข้าร้วมกิจกรรมกับชุมชน

นักศึกษาคิดหรือ ต่อยอดการเรียนรู้ที่จะพัฒนาให้ชุมชนดีขึ้น

กระตุ้นให้นักศึกษามีจรรยาบรรณ

ทำให้นักศึกษามองเป็นความสำคัญในการรับผิดชอบต่อชุมชน

นักศึกษามีแนวคิดสร้างสรรค์ที่จะสานต่อการเป็นแพทย์เพื่อแผ่นดิน สร้างและพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขในชุมชนของตนเองต่อไป

-

#
ภาพ/วิดีโอ/ไฟล์
คำอธิบายภาพ/วีดีโอ/ไฟล์
1

Why the woman in the middle of the picture so shines brightly? How does she inspire me? I tried to find a reason then I found that “I was inspired when I feel like it is about me”. So I had to build a role play that I were an ESRD patient who needed CAPD and looked through their eyes to feel how I felt when I listened to her story as well. Then I felt that I could overcome my fear about getting CAPD because her strength and human being made me felt like I would be lived to live my life. She not only shines brightly but she ignites the light and lets other people shine brighter than they used to be
2

รูปนี้เป็นรูปของแพทย์ใช้ทุนที่ทางานอยู่ที่โรงพยาบาลแก่งคอยกาลังตรวจผู้ป่วยอยู่ในคลินิกโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นหนึ่งในคลินิกโรคเรื้อรังของโรงพยาบาล โดยได้เริ่มทางานตั้งแต่ 9 โมงเช้า และตรวจไปจนกว่าคนไข้จะหมดซึ่งในวันนี้กว่าจะตรวจเสร็จก็กินเวลาไปถึงเที่ยงกว่า พี่หมอได้อธิบายให้ฟังผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้นจะดูแลรักษาได้ยาก เพราะ มันเกิดจากพฤติกรรมของผู้ป่วย ดังนั้นการรักษาเราต้องเข้าใจถึงปัญหาของผู้ป่วย เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้ได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยแต่ละคนที่เข้ามาพบ พี่หมอก็จะซักถามถึงปัญหาตามแต่ละคน เมื่อพบปัญหาแล้วก็อธิบายและช่วยกันหาวิธีการแก้ปัญหาร่วมกับผู้ป่วยเพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยคนนั้นๆ อีกทั้งยังให้คาแนะนาการทานอาหาร การใช้ชีวิตประจาวัน และพูดชื่นชมผู้ป่วยที่คุมน้าตาลได้ดีเพื่อเป็นกาลังใจกับผู้ป่วย โดยพี่หมอได้ทาอย่างนี้กับทุกเคสที่เข้ามาพบ พูดจนกระทั่งเสียงแห้งแต่ก็ทาหน้าที่ต่อจนถึงผู้ป่วยคนสุดท้าย โดยที่ไม่มีอาการหงุดหงิดไม่พอใจออกมาให้เห็นเลย จนมีผู้ป่วยหลายคนประทับใจและชื่นชมว่าหมอใจดีมาก ป้าโชคดีจริงๆที่มาเจอหมอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นคุณภาพของการบริการที่ทาให้ผมได้รับเป็นแรงบันดาลใจ เพื่อมาขับเคลื่อนชีวิตการเรียนแพทย์ให้มีเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
3

หลังจากผมหาอยู่นานว่าจะใช้รูปไหนดี จึงเลือกรูปนี้มา เป็นรูปที่อยากถ่ายให้เห็นบุคคลากรทั้งหมด แต่เผอิญมันดูไม่สวยงามเท่าไหร่ จึงเพิ่มหนังสือที่พกมาอ่านเข้าไปด้วยเพื่อสร้างจุดสนใจ ผมได้รับอะไรต่างๆมากมาย จากพี่ๆในรพ.ทุกคน เรื่องหนึ่งที่ผมพบคือ การทางานรวมกัน เพราะได้เข้าร่วมการประชุมบ่อยครั้ง จึงได้เรียนรู้ในการทางานร่วมกัน ว่าไม่จาเป็นที่ต้องรักใคร่ หรือชอบคอกัน อาจจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกัน แต่หากเรามีเป้าหมายร่วมกันแล้ว การบรรลุเป้าหมายคงเป็นสิ่งที่ไม่ยากนัก อีกเรื่องคือการทางานนั้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับการจดจา เหมือนอย่างในรูป มีพี่ๆบางคนถูกบดบังด้วยหนังสือเล่มนี้ หรือบางคนก็ไม่สามารถมองเห็นหน้าได้ชัดนักเนื่องไม่ได้โฟกัส ก็เหมือนหน่วยงานต่างๆในรพ ที่ไม่ได้ถูกคนไข้จดจาเท่าไหร่นัก แต่ว่าหน่วยงานเหล่านั้น ต่างก็ทางานเพื่อคนไข้เหมือนกัน เมื่อมองกลับมาที่ตัวเอง ก็คิดทบทวนอยู่ในใจว่าแล้วถ้าวันนึงเราเป็นอย่างนั้นล่ะ ถูกลืมจะเป็นอะไรไหม คาตอบที่ได้ ก็ได้เห็นจากการทางานที่นี่แล้ว ว่าไม่จาเป็นที่ทุกคนจะต้องเป็นคนที่ถูกจดจา แต่แค่เราได้เป็นส่วนหนึ่งให้สิ่งดีๆสาเร็จ เท่านั้นมันก็เป็นความสุขทางใจของเราแล้ว สุดท้ายถึงเราจะใช้ชีวิตเพื่ออยู่ด้วยตัวคนเดียวบนโลกนี้ได้ แต่ก็มีคนอีกหลายๆคนที่เราลืมไปหรือเปล่า ที่ทาให้เราคิดว่าเราต้องอยู่ตัวคนเดียว
4

ในระหว่างที่ได้ไปศึกษาดูงานในโรงพยาบาลชุมชน ดิฉันได้มีโอกาสลงพื้นที่เยี่ยมบ้านร่วมกับทีมสุขภาพของโรงพยาบาลป่าโมก ซึ่งทำหน้าที่ประเมินความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อมที่อาศัย และสุขภาพ ของคนในชุมชน พร้อมทั้งให้คำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสม ขณะที่ดิฉันเดินทางไปถึงคุณยายท่านนี้กำลังเล่นอยู่กับห่านตัวโปรด ท่านได้เชิญให้พวกเราเข้าไปนั่งในบ้าน และได้พูดคุยกัน ยายบอกกับเราว่าแกรู้สึกเหงา และมีแต่ลูกชาย เมื่อทีมขอเราได้เข้าไป ยายเหมือนมีลูกสาวเพิ่ม การได้ยินเสียงหัวเราะ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณยายเกิดรอยยิ้ม ทำให้ตนเองรู้สึกมีความสุข ชีวิตตนมีคุณค่าเมื่อได้ทำสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น
5

หลังจากผมหาอยู่นานว่าจะใช้รูปไหนดี จึงเลือกรูปนี้มา เป็นรูปที่อยากถ่ายให้เห็นบุคคลากรทั้งหมด แต่เผอิญมันดูไม่สวยงามเท่าไหร่ จึงเพิ่มหนังสือที่พกมาอ่านเข้าไปด้วยเพื่อสร้างจุดสนใจ ผมได้รับอะไรต่างๆมากมาย จากพี่ๆในรพ.ทุกคน เรื่องหนึ่งที่ผมพบคือ การทางานรวมกัน เพราะได้เข้าร่วมการประชุมบ่อยครั้ง จึงได้เรียนรู้ในการทางานร่วมกัน ว่าไม่จาเป็นที่ต้องรักใคร่ หรือชอบคอกัน อาจจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกัน แต่หากเรามีเป้าหมายร่วมกันแล้ว การบรรลุเป้าหมายคงเป็นสิ่งที่ไม่ยากนัก อีกเรื่องคือการทางานนั้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับการจดจา เหมือนอย่างในรูป มีพี่ๆบางคนถูกบดบังด้วยหนังสือเล่มนี้ หรือบางคนก็ไม่สามารถมองเห็นหน้าได้ชัดนักเนื่องไม่ได้โฟกัส ก็เหมือนหน่วยงานต่างๆในรพ ที่ไม่ได้ถูกคนไข้จดจาเท่าไหร่นัก แต่ว่าหน่วยงานเหล่านั้น ต่างก็ทางานเพื่อคนไข้เหมือนกัน เมื่อมองกลับมาที่ตัวเอง ก็คิดทบทวนอยู่ในใจว่าแล้วถ้าวันนึงเราเป็นอย่างนั้นล่ะ ถูกลืมจะเป็นอะไรไหม คาตอบที่ได้ ก็ได้เห็นจากการทางานที่นี่แล้ว ว่าไม่จาเป็นที่ทุกคนจะต้องเป็นคนที่ถูกจดจา แต่แค่เราได้เป็นส่วนหนึ่งให้สิ่งดีๆสาเร็จ เท่านั้นมันก็เป็นความสุขทางใจของเราแล้ว สุดท้ายถึงเราจะใช้ชีวิตเพื่ออยู่ด้วยตัวคนเดียวบนโลกนี้ได้ แต่ก็มีคนอีกหลายๆคนที่เราลืมไปหรือเปล่า ที่ทาให้เราคิดว่าเราต้องอยู่ตัวคนเดียว